บทที่ 4
ผลการดำเนินงาน
งานวิจัย
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
มีผลการดำเนินงานวิจัยดังนี้
1) ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม
2) การวิเคราะห์ความคิดเห็น
1) ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม
2) การวิเคราะห์ความคิดเห็น
3)สถานภาพทางครอบครัว มีรายละเอียดดังนี้
ตอนที่ 1 ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล
ตารางที่ 4.1
แสดงจำนวนร้อยละปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล
ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล
|
จำนวน = (N)
|
ร้อยละ %
|
เพศ
-หญิง
-ชาย
|
50
0
|
100
0
|
รวม
|
50
|
100
|
อายุ
-17ปี
-18ปี
|
23
27
|
46
54
|
รวม
|
50
|
100
|
แผนการเรียน
-วิทย์-คณิต
-ศิลป์-คำนวณ
-ศิลป์จีน
-ศิลป์ญี่ปุ่น
-ไทย-สังคม
|
10
10
10
10
10
|
20
20
20
20
20
|
50
|
100
|
|
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
-1.00-1.99
-2.00-2.99
-3.00-4.00
|
0
21
29
|
0
42
58
|
รวม
|
50
|
100
|
จากตารางที่ 4.1 แสดงปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง
ซึ่งเป็นนักเรียนสงวนหญิงผู้วิจัยสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้
เมื่อจำแนกตามเพศ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม
เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 00 จำนวน 0 คน เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 100 จำนวน 50
คน
เมื่อจำแนกตามอายุพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม
มี อายุ 17 ปี คิดเป็นร้อยละ 46จำนวน 23 คน อายุ18 ปี คิดเป็นร้อยละ 54 จำนวน 27คน
เมื่อจำแนกตามการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม อยู่ในระดับชันมัธยมศึกษาปีที่ 6แผนกการเรียน วิทย์-คณิตคิดเป็นร้อยละ 20จำนวน 10 คน
เมื่อจำแนกตามการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม อยู่ในระดับชันมัธยมศึกษาปีที่ 6แผนกการเรียน วิทย์-คณิตคิดเป็นร้อยละ 20จำนวน 10 คน
แผนกการเรียน ศิลป์คำนวณ คิดเป็นร้อยละ 20จำนวน 10
คน
แผนกการเรียน ศิลป์จีนคิดเป็นร้อยละ 20จำนวน 10
คน
แผนกการเรียน ศิลป์ญี่ปุ่นคิดเป็นร้อยละ 20 จำนวน 10
คน
แผนกการเรียน ไทย-สังคมคิดเป็นร้อยละ 20 จำนวน 10
คน
เมื่อจำแนกตามผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม มีผลการเรียนอยู่ที่ 2.00-2.99 คิดเป็นร้อยละ 42 จำนวน 21
คน 3.00-4.00 คิดเป็นร้อยละ 58 จำนวน 29 คน
ตอนที่
2 ปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการศึกษาต่อมหาวิทยาลัย
ตารางที่ 4.1
มหาวิทยาลัยที่คุณต้องการเข้าศึกษาต่อมากที่สุด
รายชื่อมหาวิทยาลัย
|
จำนวน ( N=50 )
|
ร้อยละ%
|
1.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
|
9
|
18
|
2.มหาวิทยาลัยมหิดล
|
1
|
2
|
3.มหาวิทยาลัยศิลปากร
|
1
|
2
|
4.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
|
15
|
30
|
5.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
|
19
|
38
|
6.มหาวิทยาลัยราชภัฏต่างๆ
|
3
|
6
|
7.มหาวิทยาลัยนเรศวร
|
2
|
4
|
รวม
|
50
|
100
|
จากตารางที่ 4.1 แสดงมหาวิทยาลัยที่คุณต้องการเข้าศึกษาต่อมากที่สุดของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนพะเยาพิทยาคม
ผู้วิจัยสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้
เมื่อทำการพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้ามากที่สุด คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คิดเป็นร้อยละ 38 จำนวน 19 คนรองลงมาคือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คิดเป็นร้อยละ 30 จำนวน 15 คน รองลงมาคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คิดเป็นร้อยละ 18 จำนวน 9 คน มหาวิทยาลัยราชภัฏต่างๆ คิดเป็นร้อยละ 6 จำนวน 3 คน มหาวิทยาลัยนเรศวร คิดเป็นร้อยละ 4 จำนวน 2 คน มหาวิทยาลัยมหิดล คิดเป็นร้อยละ 2 จำนวน 1 คน มหาวิทยาลัยศิลปากร คิดเป็นร้อยละ 2 จำนวน 1 คน และ ตามลำดับ
เมื่อทำการพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้ามากที่สุด คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คิดเป็นร้อยละ 38 จำนวน 19 คนรองลงมาคือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คิดเป็นร้อยละ 30 จำนวน 15 คน รองลงมาคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คิดเป็นร้อยละ 18 จำนวน 9 คน มหาวิทยาลัยราชภัฏต่างๆ คิดเป็นร้อยละ 6 จำนวน 3 คน มหาวิทยาลัยนเรศวร คิดเป็นร้อยละ 4 จำนวน 2 คน มหาวิทยาลัยมหิดล คิดเป็นร้อยละ 2 จำนวน 1 คน มหาวิทยาลัยศิลปากร คิดเป็นร้อยละ 2 จำนวน 1 คน และ ตามลำดับ
ตาราง
4.2 ผลการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย xและส่วนเบี่ยงพิมพ์สมการที่นี่งเบนมาตรฐาน
(S.D)
ระดับความต้องการในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6
ด้านคิดเห็นของนักเรียนต่อ มหาวิทยาลัย โดยภาพรวม
รายการประเมิน
|
ระดับความคิดเห็น
|
||
x
|
(S.D)
|
แปลผล
|
|
1.ข้าพเจ้ารู้จักมหาวิทยาลัยแห่งนี้
|
4.22
|
0.74
|
มาก
|
2.ได้รับการแนะนำจากผู้ปกครอง
|
3.16
|
0.93
|
ปานกลาง
|
3.ได้รับการแนะนำจากเพื่อน
|
3.74
|
0.75
|
มาก
|
4.ได้รับการแนะนำจากรุ่นพี่
|
3.58
|
1.01
|
มาก
|
5.ได้รับการแนะนำจากครู
|
3.50
|
0.86
|
ปานกลาง
|
6.ได้รับข่าวสารข้อมูลของมหาวิทยาลัยจากสื้อต่างๆ
|
3.28
|
0.88
|
ปานกลาง
|
7.พอใจกับหลักสูตรของมหาวิทยาลัย
|
3.24
|
0.96
|
ปานกลาง
|
8.จบมาแล้วจะมีงานรองรับ
|
3.38
|
0.99
|
ปานกลาง
|
9.รู้สึกภูมิใจที่ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้
|
3.36
|
0.90
|
ปานกลาง
|
10.กล่าวถึงมหาวิทยาลัยแห่งนี้ในด้านดีเสมอ
|
3.57
|
0.79
|
มาก
|
11.ความเหมาะสมด้านค่าใช้จ่าย
|
3.42
|
0.76
|
ปานกลาง
|
12.ข้าพเจ้าต้องการเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้
|
3.34
|
0.69
|
ปานกลาง
|
จากตารางที่ 4.2 พบว่า
กลุ่มตัวอย่างมีความต้องการในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
มีค่าเฉลี่ย (x= 4.22) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ
พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อมหาวิทยาลัยอยู่ในระดับมากที่สุด คือ 1.รู้จักมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีค่าเฉลี่ยระดับมาก (x= 4.22)
2.ได้รับการแนะนำจากเพื่อนมีค่าเฉลี่ยระดับมาก (x= 3.74) 3.ได้รับการแนะนำจากรุ่นพี่มีค่าเฉลี่ยระดับมาก
(x= 3.58)4.กล่าวถึงมหาวิทยาลัยแห่งนี้ในด้านดีเสมอมีค่าเฉลี่ยระดับมาก
(x= 3.57) 5.ได้รับการแนะนำจากครูมีค่าเฉลี่ยระดับปานกลาง
(x= 3.50)
6.ความเหมาะสมด้านค่าใช้จ่ายมีค่าเฉลี่ยระดับปานกลาง (x= 3.42) 7.จบมาแล้วจะมีงานรองรับมีค่าเฉลี่ยระดับปานกลาง
(x= 3.38) 8.รู้สึกภูมิใจที่ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีค่าเฉลี่ยระดับปานกลาง (x= 3.36)9.ข้าพเจ้าต้องการเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีค่าเฉลี่ยระดับปานกลาง
(x= 3.34)10. ได้รับข่าวสารข้อมูลของมหาวิทยาลัยจากสื้อต่างๆค่าเฉลี่ยระดับปานกลาง
(x= 3.28)11.พอใจกับหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมีค่าเฉลี่ยระดับปานกลาง
(x= 3.24)12.ได้รับการแนะนำจากผู้ปกครองมีค่าเฉลี่ยระดับปานกลาง
(x= 3.16)ตามลำดับ
ตารางที่
4.3
ผลการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย x และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(S.D.) ระดับความต้องการในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่
6ด้านความน่าเชื่อถือของมหาวิทยาลัยต่อผู้เข้าศึกษา
ปัจจัยการเลือกสถานศึกษา
|
ระดับความคิดเห็น
|
||
x
|
(S.D.)
|
แปลผล
|
|
1.ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย
|
3.28
|
1.33
|
ปานกลาง
|
2.คุณภาพทางการศึกษา
|
2.86
|
1.26
|
ปานกลาง
|
3.การให้โค้วต้าล่วงหน้าก่อนaddmission
|
3.28
|
1.31
|
ปานกลาง
|
4.การประชาสัมพันธ์จากมหาวิทยาลัย
|
3.02
|
1.41
|
ปานกลาง
|
5.จำนวนบัณฑิตที่ได้ทำงาน
|
2.96
|
0.92
|
ปานกลาง
|
6.มหาวิทยาลัยมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของสังคม
|
2.52
|
1.39
|
ปานกลาง
|
7.อาจารย์ในมหาวิทยาลัยมีความรู้ความสามารถที่เป็นที่ยอมรับทั่วไป
|
2.84
|
1.08
|
ปานกลาง
|
8.มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างชื่อเสียงให้แก่สังคม
|
3.08
|
1.07
|
ปานกลาง
|
9.หลักสูตรที่ปิดสอนมีความเหมาะสมและน่าสนใจ
|
3.22
|
1.09
|
ปานกลาง
|
10.สถานศึกษามีความสวยงาม
|
3.20
|
1.12
|
ปานกลาง
|
11.มีการจัดการบริการที่ดี
|
3.10
|
1.11
|
ปานกลาง
|
12.ค่าใช้จ่ายในสถานศึกษา
|
3.06
|
1.13
|
ปานกลาง
|
จากตารางที่ 4.3 กลุ่มตัวอย่างต้องการในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางมีค่าเฉลี่ย
(x= 3.28)
เมื่อทำการพิจารณาเป็นรายข้อพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อความน่าเชื่อถือของมหาวิทยาลัย
ระดับมากที่สุดคือข้อ1.ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยมีค่าเฉลี่ย (x= 3.28) รองลงมาคือข้อ
3.การให้โค้วต้าล่วงหน้าก่อนaddmission
มีค่าเฉลี่ยปานกลาง (x= 3.28) 9.หลักสูตรที่ปิดสอนมีความเหมาะสมและน่าสนใจค่าเฉลี่ยปานกลาง
(x= 3.22) 10.สถานศึกษามีความสวยงามค่าเฉลี่ยปานกลาง
(x= 3.20) 11.มีการจัดการบริการที่ดีค่าเฉลี่ยปานกลาง
(x= 3.10) 8.มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างชื่อเสียงให้แก่สังคมค่าเฉลี่ยปานกลาง(x= 3.08) 12.ค่าใช้จ่ายในสถานศึกษาค่าเฉลี่ยปานกลาง
(x= 3.06) 4.การประชาสัมพันธ์จากมหาวิทยาลัยค่าเฉลี่ยปานกลาง
(x= 3.02) 5.จำนวนบัณฑิตที่ได้ทำงานค่าเฉลี่ยปานกลาง
(x= 2.96) 2.คุณภาพทางการศึกษาค่าเฉลี่ยปานกลาง
(x= 2.86) 7.อาจารย์ในมหาวิทยาลัยมีความรู้ความสามารถที่เป็นที่ยอมรับทั่วไปค่าเฉลี่ยปานกลาง(x= 2.84) 6.มหาวิทยาลัยมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของสังคมค่าเฉลี่ยปานกลาง
(x= 2.52) ตามลำดับ
ตารางที่
4.4ผลการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย x และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(S.D.) ระดับความต้องการในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่
6ปัจจัยด้านสุขภาพ
รายการประเมิน
|
ระดับความคิดเห็น
|
||
x
|
(S.D.)
|
แปลผล
|
|
1.ปัญหาการมองเห็น
|
1.00
|
0.00
|
น้อยที่สุด
|
2.ปัญหาการได้ยิน
|
1.02
|
0.14
|
น้อยที่สุด
|
3.ปัญหาการออกเสียง
|
1.06
|
0.24
|
น้อยที่สุด
|
4.ปัญหาโรคประจำตัว
|
1.10
|
0.30
|
น้อยที่สุด
|
จากตารางที่ 4.4กลุ่มตัวอย่างปัจจัยด้านสุขภาพในภาพรวมอยู่ในระดับน้อยที่สุดมีค่าเฉลี่ย
(x=1.10)
เมื่อทำการพิจารณาเป็นรายข้อพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อปัจจัยด้านสุขภาพ
ระดับมากที่สุดคือ4.ปัญหาโรคประจำตัวมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด (x= 1.10)และรองลงมา3.ปัญหาการออกเสียงมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด (x= 1.06)2.ปัญหาการได้ยินมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด
(x= 1.02) 1.ปัญหาการมองเห็นมีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด
(x= 1.00)ตามลำดับ
ตอนที่ 3 สถานภาพทางครอบครัว
ปัจจัยทางสถานภาพ
|
จำนวน
(n=50)
|
ร้อยละ
|
1. สถานภาพครอบครัว
-บิดา -มารดาอยู่ด้วยกัน
-บิดา-มารดา หย่าร้าง
-บิดา-มารดาคนหนึ่งเสียชีวิตหรือทั้งคู่
|
32
12
6
|
64
24
12
|
2. รายได้หลักของครอบครัว
-หัวหน้าครอบครัว
-สามี/ภรรยา
-บิดา-มารดา
-บุตร/หลาน
-พี่น้อง
-ลุงป้าน้าอา
|
0
0
50
0
0
0
|
0
0
100
0
0
0
|
3. ความเพียงพอของรายได้สำหรับรายจ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีวิตในครอบครัว
3.1 ครอบครัวของท่านมีรายได้เท่าไหร่
-รายรับมากกว่ารายจ่าย
-รายรับ-รายจ่ายพอๆกัน
-รายรับน้อยกว่ารายจ่าย
3.2 ครอบครัวของท่านมีหนี้สินหรือไม่
- ไม่มี
-มีน้อย
-มีปานกลาง
-มีมาก
|
13
31
6
15
28
5
3
|
26
62
12
30
56
10
6
|
4. รายได้ผู้ปกครองเฉลี่ยต่อเดือน
-น้อยกว่า 5000 บาท
-5000-10000
บาท
-10000-20000 บาท
-มากกว่า30000 บาท
|
8
12
16
14
|
16
24
32
28
|
จากตารางที่ 4.1 แสดงสถานภาพทางครอบครัวของกลุ่มตัวอย่าง
ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนสงวนหญิงผู้วิจัยสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้
เมื่อจำแนกตามสถานภาพครอบครัวพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม มี บิดา-มารดาอยู่ด้วยกัน คิดเป็นร้อยละ64จำนวน 32 คนบิดา-มารดาหย่าร้าง คิดเป็นร้อยละ 24จำนวน 12คนและบิดา-มารดาคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต หรือทั้งคู่ คิดเป็นร้อยละ 12จำนวน 6คน
เมื่อจำแนกรายได้หลักของครอบครัวพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม มีรายได้หลักมาจากบิดามารดามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 100.00 จำนวน 50คน รองลงมาคือ หัวหน้าครอบครัว คิดเป็นร้อยละ 0
เมื่อจำแนกตามสถานภาพครอบครัวพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม มี บิดา-มารดาอยู่ด้วยกัน คิดเป็นร้อยละ64จำนวน 32 คนบิดา-มารดาหย่าร้าง คิดเป็นร้อยละ 24จำนวน 12คนและบิดา-มารดาคนใดคนหนึ่งเสียชีวิต หรือทั้งคู่ คิดเป็นร้อยละ 12จำนวน 6คน
เมื่อจำแนกรายได้หลักของครอบครัวพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม มีรายได้หลักมาจากบิดามารดามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 100.00 จำนวน 50คน รองลงมาคือ หัวหน้าครอบครัว คิดเป็นร้อยละ 0
จำนวน 0คน สามี/ภรรยา คิดเป็น0จำนวน
0คน และ ลุง/ป้า/น้า/อา คิดเป็นร้อยละ0จำนวน
0คน
เมื่อจำแนกตามความเพียงพอของรายได้สำหรับรายจ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของครอบครัวแบ่ง3ข้อ พบว่า คือ
เมื่อจำแนกตามครอบครัวของท่านมีรายได้เป็นอย่างไร พบว่า รายรับ-รายจ่ายพอๆกัน มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 62จำนวน 31คนรายรับน้อยกว่ารายจ่าย คิดเป็นร้อยละ 12จำนวน 6คนและรายรับมากกว่ารายจ่ายคิดเป็นร้อยละ 26จำนวน 13คน
เมื่อจำแนกตามหนี้สินของครอบครัวพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม มีหนี้สินระดับปานกลางมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 10 จำนวน5คน รองลงมาคือ มีน้อยคิดเป็นร้อยละ 56จำนวน 28คน มีมากคิดเป็นร้อยละ 6จำนวน 3คน และไม่มีคิดเป็นร้อยละ 30จำนวน 15คน
เมื่อจำแนกตามรายได้ของผู้ปกครองเฉลี่ยต่อเดือนพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม มีรายได้ของผู้ปกครองเฉลี่ยต่อเดือน 10000-20000 บาทมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 32จำนวน 16คน รองลงมาคือ 5000-10000 บาทคิดเป็นร้อยละ 24จำนวน 12 คน และ มากกว่า 30000บาท คิดเป็นร้อยละ28จำนวน 14คน และ น้อยกว่า 5000 บาท คิดเป็นร้อยละ 16จำนวน 8คน
เมื่อจำแนกตามความเพียงพอของรายได้สำหรับรายจ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของครอบครัวแบ่ง3ข้อ พบว่า คือ
เมื่อจำแนกตามครอบครัวของท่านมีรายได้เป็นอย่างไร พบว่า รายรับ-รายจ่ายพอๆกัน มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 62จำนวน 31คนรายรับน้อยกว่ารายจ่าย คิดเป็นร้อยละ 12จำนวน 6คนและรายรับมากกว่ารายจ่ายคิดเป็นร้อยละ 26จำนวน 13คน
เมื่อจำแนกตามหนี้สินของครอบครัวพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม มีหนี้สินระดับปานกลางมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 10 จำนวน5คน รองลงมาคือ มีน้อยคิดเป็นร้อยละ 56จำนวน 28คน มีมากคิดเป็นร้อยละ 6จำนวน 3คน และไม่มีคิดเป็นร้อยละ 30จำนวน 15คน
เมื่อจำแนกตามรายได้ของผู้ปกครองเฉลี่ยต่อเดือนพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม มีรายได้ของผู้ปกครองเฉลี่ยต่อเดือน 10000-20000 บาทมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 32จำนวน 16คน รองลงมาคือ 5000-10000 บาทคิดเป็นร้อยละ 24จำนวน 12 คน และ มากกว่า 30000บาท คิดเป็นร้อยละ28จำนวน 14คน และ น้อยกว่า 5000 บาท คิดเป็นร้อยละ 16จำนวน 8คน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น