วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 โรงเรียนสงวนหญิง

อาจารย์ที่ปรึกษา

                                                          อาจารย์ ธเนศ  บริสุทธิ์                                                                                                                            

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รูปการนำเสนอโครงงาน

รูปการนำเสนอโครงงานเรื่องปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6             






วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วีดีโอนำเสนอความคิดเห็น

       วีดีโอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา                                                                                                                                     

                                                                                                                                              

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ
หัวข้องานวิจัย ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6
ชื่อคณะผู้วิจัย          ..พัชราภรณ์           เรืองทอง
                                น..มานัสนันท์           มีอินทร์
                                น..ณัฐสุดา               เพ็งหาจิตต์
                                น..สุธิดา                  หลิมทิพย์
กลุ่มสาระ                การศึกษาค้นคว้าและหาองค์ความรู้
ปีการศึกษา             2556     
อาจารย์ที่ปรึกษา     อาจารย์ธำรงค์          จันทรอมรพร
อาจารย์ประจำวิชา   อาจารย์ธเนศ            บริสุทธิ์
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกตัดสินใจในการเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6ของโรงเรียนสงวนหญิง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6จำนวน5แผนการเรียนได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย(simple random sampling) จากจำนวนแผนการเรียน 5 แผน เป็นจำนวนนักเรียน 366 คน จาก 5 แผนการเรียน จำนวนแผนการเรียนละ 10 คน เป็นจำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ(rating scale) ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่น (reliability) เท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงบนมาตรฐาน โดยการใช้โปรแกรมสำเร็จรูป โปรแกรม Microsoft Excel Stat12 Rating5Scale
ผลการวิจัย พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยรายด้านจากน้อยไปหามาก คือ ปัจจัยด้านสุขภาพ ปัจจัยด้านครอบครัว ปัจจัยด้านเพื่อน

สรุปผลและวิจารณ์ จากการศึกษาพบว่าปัจจัยในการเลือกศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษานั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยมากมายอาทิเช่นปัจจัยด้านสถานภาพทางครอบครัวที่สามารถบ่งบอกถึงการส่งเสริมให้บุตรได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ด้านเพื่อนคือทำให้พบว่าเพื่อนมีอิทธิพลในการเลือกตัดสินใจเข้าศึกษาต่อ และส่วนด้านสุขภาพพบว่าผลของสุขภาพมีอิทธิพลต่อการเข้าศึกษาต่อในบางคณะของมหาวิทยาลัยทีได้กำหนดไว้ เช่น ความสูง น้ำหนัก เป็นต้น

กิตติกรรมประกาศ

กิตติกรรมประกาศ
          งานวิจัยฉบับนี้สำเร็จได้ด้วยดีโดยได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างยิ่งจากคุณครูธำรง จันทรอมรพร และคุณครูธเนศ  บริสุทธิ์  ที่ได้ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะตลอดจนตรวจแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ให้มีความสมบูรณ์ถูกต้องด้วยดีมาตลอด และให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ทำให้งานวิจัยฉบับนี้ มีความถูกต้องสมบูรณ์ยิ่งขึ้นคณะผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้

คณะผู้วิจัย

บทที่ 1

บทที่1
บทนำ
ที่มาและความสำคัญของปัญหา
ในปัจจุบันกระแสโลกาภิวัฒน์และความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจสังคมของประเทศอย่างรวดเร็ว รวมทั้งในการที่ประเทศไทยได้เข้าสู่การแข่งขันที่รุนแรงของยุคโลกาภิวัฒน์ซึ่งต้องอาศัยบุคลากรที่เป็นนักศึกษาที่มีคุณภาพหรือมีความสามารถทั้งทางด้านวิชาการและทางปฏิบัติ เพื่อให้ตามทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก สถานศึกษาต่างๆจึงจัดหลักสูตรเพื่อเน้นให้นักเรียนมีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรมจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต(ไพฑูรย์  สินลารัตน์ 2549:1)ซึ่งการที่นักเรียนจะมีความสมบูรณ์ในด้านต่างๆครบทุกด้านนั้น จะต้องใช้การตัดสินใจในการเลือกในด้านที่ตนเองชอบแล้วเลือกที่จะศึกษาต่อในสาขานั้น ซึ่งมีปัจจัยที่สำคัญได้แก่ ปัจจัยด้านครอบครัว ฐานะทางเศรษฐกิจ  ฐานะทางครอบครัว และเพื่อน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก็ต้องสมบูรณ์ไปด้วยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต (ธีระศักดิ์  พรมฉาย 2552:9) ซึ่งส่งผลการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
การที่นักเรียนจะมีความรู้ความสามารถในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพนักเรียนต้องเริ่มจากการฝึกฝนทักษะโดยเริ่มจากตนเอง ได้แก่ ด้านร่างกาย ต้องดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของเราให้แข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ด้านจิตใจ ต้องทำสุขภาพจิตให้แจ่มใสไม่เครียด ด้านสติปัญญา และความรู้ต้องมีความกระตือรือร้น ฝึกสังเกตสิ่งต่างๆรอบข้างเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ต่างๆอยู่เสมอ ด้านคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนจะต้องมีประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ด้านวัฒนธรรม นักเรียนต้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีจิตใจที่เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันอันจะทำให้นักเรียนมีความสมบูรณ์ครบทุกด้านตามหลักสูตรที่สถานศึกษากำหนดไว้ และเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่การศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา  เพื่อออกไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคต
จากปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นคณะผู้วิจัยจึงได้มีการจัดทำโครงงานวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสงวนหญิง เพื่อนำผลของการวิจัยมาใช้แก้ไขและพัฒนาต่อไป




วัตถุประสงค์ของการวิจัย
เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6
สมมุติฐานการวิจัย
1.ครอบครัวมีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
2.เพื่อนมีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
3.สุขภาพมีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ขอบเขตการวิจัย
กลุ่มประชากรนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสงวนหญิง จาก5แผนการเรียนห้องละ 10 คนจำนวน50 คน
กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนทุกแผนการเรียนจำนวน 5 แผน เช่น 6/1 ,6/3,6/5,6/6,6/7
ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย ในแต่ละแผนการเรียนทั้ง  5 แผน แผนละ 1 ห้อง ห้องละ 10 คน
ตัวแปรต้น     ครอบครัว ฐานะทางเศรษฐกิจ ฐานะทางครอบครัว เพื่อน
ตัวแปรตาม
เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.      ทำให้ทราบว่าข้อมูลที่ได้มาจากการสำรวจ ทั้งแบบสอบถาม และแบบสำรวจ มีปัจจัยอะไรที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มากที่สุด
2.      สามารถนำความรู้ที่ได้จากการสำรวจไปเผยแพร่และเอาไปใช้ประโยชน์ในสถานศึกษาไป





นิยามศัพท์เฉพาะ
1.      ฐานะทางครอบครัว หมายถึงรายได้ของบิดามารดารวมกันในแต่ละเดือนหรือรายได้ของผู้ปกครองที่นักเรียนอาศัยอยู่ด้วย แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวต่ำ ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวปานกลางและฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวสูง
2.      เพื่อน หมายถึง ผู้ที่รักใครชอบพอกันแล้วกระทำความดีต่อกัน เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ ไม่เลือกเพศวัย ความรู้ชาติ ศาสนา ผู้ร่วมธุระ ผู้อยู่ในสภาพ ลักษณะเดียวกัน
3.      สุขภาพหมายถึงระดับของประสิทธิภาพเชิงการทำงานของสิ่งมีชีวิตสำหรับมนุษย์นั้นโดยทั่วไปและตามนิยามขององค์การอนามัยโลกหมายถึงสภาวะอันสมบูรณ์ของภาวะทางกาย จิต จิตวิญญาณ และสังคมของบุคคลอันมิได้หมายถึงความปราศจากโรคหรือความบกพร่องเพียงอย่างเดียวแม้นิยามนี้จะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์โดยเฉพาะในประเด็นของความไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนหรือประเด็นปัญญาที่ตามมาจากการใช้คำว่า "สมบูรณ์" ก็ตามแต่ก็ยังเป็นนิยามที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดอยู่
4.      นักเรียน หมายถึง ผู้ศึกษาในสถานศึกษาทั้งหมดในระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา




บทที่ 2

บทที่2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ในบทนี้เป็นการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6โดยสรุปถึงเนื้อหาของปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ดังนี้
 1) ความหมายของมหาวิทยาลัย
             2) ประเภทของมหาวิทยาลัย
            3) ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับห้องมหาวิทยาลัย
           4) แนวคิดเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย
 5)ฐานะทางครอบครัว

ความหมายของมหาวิทยาลัย
        มหาวิทยาลัย หมายถึงสถานศึกษาที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาในด้านวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงหลากหลายสาขาวิชา เพื่อให้ประกาศนียบัตรอนุปริญญาหรือปริญญา แก่ผู้สำเร็จการศึกษาในหลายระดับรวมถึง ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก รวมทั้งการทำการวิจัยและให้บริการทางวิชาการแก่สังคม
        วิทยาลัยหมายถึง สถานที่ที่มีวิทยาการมหาแปลว่ายิ่งใหญ่คำว่ามหาวิทยาลัยจึงหมายถึงสถานที่ที่มีวิทยาการที่ยิ่งใหญ่
ประเภทของมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
        1.มหาวิทยาลัยของรัฐบาล สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือ มหาวิทยาลัยรัฐ คือสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับอุดหนุนงบประมาณส่วนใหญ่จากรัฐโดยผ่านรัฐบาลกลางหรือรัฐบาลท้องถิ่น
        ในประเทศไทยหมายถึงสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (เดิมคือทบวงมหาวิทยาลัย) ประกอบด้วยทั้ง มหาวิทยาลัยจำกัดรับในระบบราชการ เช่นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ฯลฯ มหาวิทยาลัยจำกัดรับนอกระบบราชการ (สถาบันอุดมศึกษาในกำกับขอรัฐบาล) เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยไม่จำกัดรับได้แก่ มหาวิทยาลัยรามคำแหงและมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช(วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี,๒๕๕๕:ออนไลน์)
        
2.มหาวิทยาลัยของเอกชน
        สถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือมหาวิทยาลัยเอกชน คือสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดทำการเรียนการสอนภายใต้การบริหารของหน่วยงานเอกชน
        ในประเทศไทยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา การวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและทำนุบำรุง ศิลปวัฒนธรรม โดยหลักสูตรที่ได้รับอนุญาตให้เปิดสอนนั้นหลังจากได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแล้วจะส่งหลักสูตรดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนพิจารณารับรองคุณวุฒิเพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถบรรจุเข้ารับราชการในอัตราเงินเดือนเทียบเท่ากับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับห้องมหาวิทยาลัย
        วิธีการเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพการเตรียมตัวก่อนไปเรียนนักศึกษาควรจะต้อง
        - จัดหนังสือและสมุดตามตารางเรียนให้ครบ
        - เตรียมเครื่องมือการเรียนให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นปากกา ดินสอ ปากกาลบคำผิดและอื่นๆ
        - ถ้ายังไม่ง่วงจนเกินไปก็ควรเปิดตำราอ่านก่อนล่วงหน้า  เพราะจะทำให้เราทราบว่าวิชานี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง
        - นอนพักผ่อนให้เพียงพอ  เวลาตื่นนอนตอนเช้าจะได้รู้สึกสดชื่นสมองปลอดโปร่ง  เมื่อถึงเวลาที่เราเข้าฟังการบรรยายในห้องเรียนสิ่งที่เราควร
วัตถุประสงค์ในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย
        1. เพื่อแสวงความรู้ที่มีอย่างไม่สิ้นสุดในโลกนี้
        2. รายได้เฉลี่ยของผู้เรียนจบมหาวิทยาลัยสูงกว่าผู้ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย
        3. ผู้จบมหาวิทยาลัยได้งานที่ดีกว่า ทั้งลักษณะงานบรรยากาศการทำงาน และสวัสดิการต่าง ๆ ที่ได้รับ
        4. อัตราผู้ว่างงานที่ไม่จบมหาวิทยาลัยสูงกว่าผู้เรียนจบมหาวิทยาลัย
        5. ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งรายได้ระหว่างผู้ที่จบมหาวิทยาลัยกับผู้ไม่จบมหาวิทยาลัยแตกต่างกันมากในระยะยาวยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งมีช่องว่างมากขึ้น
        6. ผู้ที่มาจากครอบครัวมีรายได้น้อยเมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยสามารถยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจได้มากกว่าผู้ที่มาจากครอบครัวมีรายได้มากแต่ไม่เรียนจบมหาวิทยาลัย
        7. การทำงานในระดับสูงจำเป็นต้องมีความรู้ระดับสูงและความรู้นั้นมีอยู่เฉพาะในมหาวิทยาลัยเท่านั้นการจะเป็นผู้นำหรือเอาชนะผู้อื่นได้ต้องมีความรู้ที่สูงกว่าหรือมากกว่า
แนวความคิดเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย
        แนวความคิดเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยโดยทั่วไปซึ่งมีอยู่ 3 ประการได้แก่
        1. สอนนิสิตนักศึกษาให้มีความรู้ในศิลปวิทยายอดเยี่ยมขึ้น
        2. วิจัยให้ศิลปวิทยาก้าวหน้าแตกฉานยิ่งๆ ขึ้นไป
        3. อำนวยประโยชน์โดยตรงแก่สังคม
แนวความคิดที่ ๑สอนนิสิตนักศึกษาให้มีความรู้ในศิลปวิทยายอดเยี่ยมขึ้น
        มหาวิทยาลัยถือเป็นสถาบันที่มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาและเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลต่างๆเพื่อให้นิสิตนักศึกษาสามารถเข้ามาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมได้ตลอดเวลาตามแนวความคิดที่ ๑ นี้เป็นแนวความคิดเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในการสอนนิสิตนักศึกษาให้มีความรู้ในศิลปวิทยายอดเยี่ยมขึ้นกล่าวคือ เป็นการอบรมให้นิสิตนักศึกษามีความเป็นปัญญาชน มีความรอบรู้สามารถพิจารณาทั้งกรณีโลกและกรณีธรรมและสามารถใช้สติปัญญาคิดอ่านโดยชอบธรรมหากนิสิตนักศึกษาพิจารณาแต่เพียงด้านใดด้านหนึ่งแล้วย่อมไม่อาจถือได้ว่าเป็นผู้มีความรู้ในศิลปวิทยาที่ยอดเยี่ยมขึ้นแต่อย่างใด
        ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ได้ให้ความหมายของคำว่า ศิลปวิทยาไว้ หมายถึง ศิลปะและวิชาการ จึงเห็นได้ว่าถ้อยคำดังกล่าวมิได้หมายความเพียงความรู้ทางด้านศิลปะหรือความรู้ทางด้านวิชาการแต่เพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้นแต่ต้องประกอบไปด้วยความรู้ทั้งทางด้านศิลปะและด้านวิชาการเข้าด้วยกันจึงจะเป็นความรู้ในศิลปะวิทยาที่สมบูรณ์
แนวความคิดที่ ๒วิจัยให้ศิลปวิทยาก้าวหน้าแตกฉานยิ่งๆ ขึ้นไป
        นอกจากมหาวิทยาลัยจะมีบทบาทในการสอนนิสิตนักศึกษาให้มีความรู้ในศิลปวิทยาที่ยอดเยี่ยมขึ้นแล้วมหาวิทยาลัยยังมีบทบาทที่สำคัญในการค้นคว้าวิจัยเพื่อให้ศิลปวิทยามีความก้าวหน้าและแตกฉานยิ่งๆขึ้นไปอีกด้วยโดยมหาวิทยาลัยต้องกลั่นกรองจากการพิจารณาพลวัตในวิวัฒนาการของความคิดและกิจกรรมของบุคคลสถาบัน และกลไกที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมาในระยะยาวโดยมีการสรุปและประมวลผลว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นมหาวิทยาลัยยังขาดตกบกพร่องในทางศิลปวิทยาอย่างไรบ้างเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไป           
แนวความคิดที่ ๓อำนวยประโยชน์โดยตรงแก่สังคม
        การให้บริการทางวิชาการของมหาวิทยาลัยถือได้ว่าเป็นการอำนวยประโยชน์อย่างหนึ่งให้แก่สังคมโดยตรงได้เช่นกันกล่าวคือ ทำให้ประชาชนในประเทศมีความรู้สูงขึ้นในระดับปัญญาชนเมื่อประชาชนมีความรู้สูงขึ้นแล้ว การก่ออาชญากรรมก็ลดน้อยลงสังคมจะประกอบด้วยผู้มีความรู้เป็นจำนวนมากนำพาให้ประเทศชาติมีแต่ความเจริญและก้าวหน้าทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
        ในทางกลับกัน ก็หาเป็นเช่นที่กล่าวข้างต้นเสมอไปไม่เนื่องจากเมื่อคนในสังคมมีความรู้สูงขึ้น แต่หากไม่มีจริยธรรมประจำตนแล้วก็จะหาความสงบและสันติในสังคมนั้นไม่ได้ มีการแก่งแย่งชิงดีเกิดขึ้นภายในสังคมก่อให้เกิดความเห็นแก่ตัวสูงและอาจเป็นที่มาของการเกิดคอรัปชั่นภายในบ้านเมืองนั้นๆ ได้เช่นกัน
11.      ฐานะทางครอบครัว หมายถึงรายได้ของบิดามารดารวมกันในแต่ละเดือนหรือรายได้ของผู้ปกครองที่นักเรียนอาศัยอยู่ด้วย แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวต่ำ ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวปานกลางและฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวสูง